บทความล่าสุด
    สุดยอดม้าเด่นที่มีจำหน่ายวันนี้
    ติดต่อเรา Contact us
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 28
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 133
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,783,168
17 กรกฎาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30  31         
             
Custom Search
 กระดานสนทนา

thaipony webboard > ห้องม้าน้ำ > .......เครื่องตัดหญ้า ๑ แรงม้า,คุ้ม..........
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : .......เครื่องตัดหญ้า ๑ แรงม้า,คุ้ม.......... (อ่าน 6887)   
สายลมลอย
Guest
เมื่อ 23 ธันวาคม 2552 08:15 น.



 


ก่อน ลาออกจากงานประจำประมาณหนึ่งปี ผมเก็บเงินบางส่วนไว้สำหรับซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรงหลายอย่างเพื่อเก็บไว้ใช้ในสวนในนาทั้งของมือสองและของใหม่



หนึ่ง ในนั้นคือเครื่องตัดหญ้าชนิดสะพาย ใช้งานหนักได้หลายปีติดต่อกันโดยไม่ต้องซ่อมอะไรมากนัก เปลี่ยนเฉพาะใบมีดและเติมน้ำมัน ใช้งานจนป่ารกเกิดใหม่โล่งเตียนกลายเป็นลานหญ้าแทรกตัวระหว่างโคนต้นมะพร้าว และไม้ผล



ผม ใช้งานเครื่องตัดหญ้าทั้งงานสวนและในนา โดยไม่เข้าใจการใช้งานอย่างถูกต้อง จนกระทั่งออกจากงานมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้านธรรมดา บางเดือนสิ้นไร้ชนิดหลังชนฝาต้องดิ้นรนหางานหาเงินเพื่อเลี้ยงตนเองและคน ใกล้ตัว เครื่องมือที่มีจึงได้มาใช้งานรับจ้างตัดหญ้าในสวนปาล์ม สวนยางพาราอยู่หลายครั้งหลายหน คุ้มครับ...คุ้ม




กระทั่ง วันหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว(๒๕๕๐) ผมรับงานในสวนยางพาราใกล้บ้าน ทำงานไปด้วยความเพลิดเพลินจนสติหลุดลอย เหวี่ยงคมมีดซึ่งหมุนเร็วด้วยแรงจากเครื่องยนต์เบนซิน กดฉับเข้าที่ก้อนหินซึ่งโผล่พ้นดินเพียงสององคุลี เสียงเคร้งหวือ!!!รู้สึกเหมือนลมผ่านใบหูวืดตามด้วยเสียงวิ้งๆ หายไปทางทิศตะวันตก




ผมใจหายแว๊บ ดับเครื่องยนต์นั่งแหมะหมดเรี่ยวแรง




หินก้อนนั้นไม่กระดิกเลยแม้แต่นิดเดียว จะมีก็เพียงรอยเล็กๆ อันเกิดจากของมีคมกระแทกจนเห็นรอยแหว่งกดลึกลงไปจากผิวด้านนอก



... แต่ชิ้นส่วนของใบมีดด้านหนึ่งหักครึ่งปลิวไปตกไกลจากจุดที่ผมยืนตัดหญ้า ประมาณสองร้อยเมตร ซักพักมีเสียงโวยวายดังมาจากบ้านกลางสวนซึ่งชิ้นส่วนนั้นปลิวไปตก ห่างจากคนทำงานบ้านนั้นไม่กี่เมตร ตัดกิ่งเงาะขนาดปลายนิ้วไปอีกกิ่งหนึ่ง ก่อนที่จะปักจมนิ่งอยู่บนพื้นดิน




เจ้าบ้านส่งเสียงโหวกเหวก..เดินถือชิ้นส่วนนั้นมายังผมซึ่งนั่งหน้าซีดเหงื่อโทรม



ผม ยกมือไหว้ขอโทษขอโพยในความประมาทของตัวเอง โชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บ ทั้งผมและคนอื่นๆ เสร็จงานในแปลงนั้นผมไม่คิดรับงานรับจ้างตัดหญ้าอีกเลย  - ไม่คุ้มครับ.....ไม่คุ้ม




ในสวนขี้คร้านจำเป็นต้องใช้เครื่องตัดหญ้าเพื่อควบคุมในส่วนที่ต้องการความ โล่งเตียนและลดทอนการแย่งปุ๋ยจากไม้หลักที่ปลูกไว้เก็บผลผลิต



สัตว์ เลี้ยงขนาดใหญ่จึงเป็นทางเลือกของผม หลายคนมองว่าสวนขี้คร้านเหมาะที่จะเลี้ยงแพะ เลี้ยงวัว เลี้ยงกวาง และสัตว์ป่าขนาดต่างๆ กัน ผมรู้ว่าสำเนียงเหล่านั้นพูดออกมาด้วยการประชด ด้วยมองเห็นว่าสวนมันรกนั่นเอง แต่ผมกลับมองไปอีกอย่างหนึ่ง วัว แพะ เป็นสัตว์ที่เลี้ยงมาขายไป โดยปลายทางสิ้นสุดอยู่ที่โรงฆ่า ส่วนกวางบางชนิดราคาตั้งต้นแพงเกินกำลังจึงตัดไป



ผมไม่อยากสร้างกรรมเพิ่มจากที่มีสะสมพอตัวอยู่แล้ว โจทย์เรื่องการนำแพะหรือวัวมาเลี้ยงจึงตกไปเช่นกัน



ก่อน หน้าที่ผมจะกลับมาใช้ชีวิตแบบบรรพชนเช่นทุกวันนี้ เคยคิดว่าหากจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งไว้เป็นเพื่อนหรือใช้งานจริง คงเลือกเลี้ยงควายเพราะหุ่นกลมเกลี้ยงดำปิ๊ดปี๋บวกกับสายตาที่เว้าวอน อีกทั้งรอยปลักอันกลมเกลี้ยงเก็บน้ำให้เด็กวัยซนได้เพาะเลี้ยงปลากัด



ใช่ครับ...ความหลัง หลายคนดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยความหลังและความหวัง....ผมเองก็เช่นกัน



กิจกรรม ทำนาเลี้ยงควายเป็นเรื่องปกติของชีวิตชนบทในยุคก่อนไฟฟ้าจะเข้าหมู่บ้าน ชีวิตวัยเด็กที่แสนสนานคือบ่อเกิดของความเป็นตัวตนในปัจจุบัน




แม้ ที่บ้านจะเลี้ยงควายไว้ใช้งานในนา แต่ตอนเด็กผมเคยขี่ควายครั้งเดียวโดยการชักชวนของรุ่นพี่หมู่บ้าน เมื่อตะกายขี้นหลังได้ก็โดนแกล้งทันที รุ่นตีใช้ไม้เรียวอันเล็กการตีลงไปบนหลังของควายหนุ่มอย่างแรงทำให้มันตกใจ กระโจนพรวด..สะบัดผมตกแอ๊กลงมากระแทกส้นตัวเองเข้ากับเม็ดอัณฑะ จุกเจ็บตัวงอพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่เป็นนานสองนานจนเข็ดขยาด



จากนั้น ดินตามหลังคันไถในยุคสมัยที่หางยามยังเพียงกระโดงคาง เสียงผาลกินดินอ่อนแล้วพลิกวูบ เสียงบังคับซ้ายขวา รื่นหูชะมัด,ความทรงจำนั่นชัดเสียจนได้กลิ่นฝนใหม่แทรกมาในอากาศ  



ยุค นี้ดูพื้นที่แถบถิ่นหมู่บ้านแม้จะยังคงมีร่องรอยของปลักควายเก่าแก่ทิ้งร้าง เป็นหลุมแห่งอดีต แต่หากจะเลี้ยงควายเป็นเรื่องเป็นราวคงยาก เพราะพื้นที่หากินไม่เหมือนอย่างเคย เราไม่สามารถจะเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งเหมือนสมัยยี่สิบสามสิบปีที่แล้วได้อีก ทุ่งโล่งกลายสภาพเป็นสวนที่มีรั้วรอบขอบชิด หรือไม่ก็ปลูกพืชพรรณจนเต็มพื้นที่ อีกทั้งพื้นที่เหล่านั้นก็ไม่อนุญาตให้ใครนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยให้กินหญ้า ได้ เช่นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน เพราะมีความเชื่อว่า สัตว์เลี้ยงจะทำให้รากผิวดินของปาล์มขาด  ทำให้ได้ผลผลิตไม่ได้เต็มที่



ยิ่งในสวนยางพารายิ่งแล้วใหญ่ เพราะสัตว์เลี้ยงจะไปสีตัวเองกับต้นจนเกิดความเสียหายเป็นคดีความให้เสีย เงินเสียทองเสียความเป็นญาติกันก็เยอะ



สัตว์ใหญ่ใช้พื้นที่หากิน และสร้างอาณาเขตส่วนตัวมากกว่าสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอย่างเป็ดไก่ ยิ่งทำให้มีข้อจำกัดมากมายในการเลี้ยงดู พื้นที่บางส่วนในหมู่บ้านมักมีที่สาธารณะที่ได้จัดไว้ให้เป็นพื้นที่เลี้ยง สัตว์ บางส่วนบางท้องที่ถูกบุกรุกกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นการคาดหวังถึงพื้นที่ส่วนกลางนั้นยากนัก



ประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์ใหญ่มีอยู่หลายอย่าง เช่น การกำจัดวัชพืชในสวน เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เลี้ยงไว้เป็นการค้า  เลี้ยง ไว้เพื่อผลิตปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งผ่านกระบวนการหมักย่อยแล้ว เลี้ยงไว้เพื่อสนองความต้องการในวัยเด็ก กระทั่งเลี้ยงไว้เพื่ออาศัยแรงงานโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันและเชื้อเพลิงอื่นๆ หากโลกถึงกาลล่มสลาย(มากกว่านี้) 



รูปแบบและ แนวคิดของคนใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้าแบบผม จะมุ่งหน้าตีเข็มทิศเข้าสู่ระบบการจัดการฟาร์มอย่างสวยหรูหรือแสวงหากำไรงาม ก็ใช่ที่ แค่พึ่งพาตัวเองเท่าที่สามารถทำได้ก็นับว่าคุ้มแล้วที่เกิดเป็นคนท่ามกลาง ยุคสมัยที่ทรัพยากรร่อยหรออย่างทุกวัน




การ เลี้ยงสัตว์ใหญ่ทำให้เกิดภูมิรู้หลายอย่างเชื่อมโยงกัน ทั้งเรื่องของอาหาร อาการเจ็บป่วย และการดูแลรักษาเบื้องต้น การใช้ยาสมัยใหม่และสมุนไพรเพื่อขับถ่ายพยาธิ วัคซีนป้องกันโรค การทำโรงเรือน การรักษาความสะอาด สุขอนามัย การดูแลให้ความรักและเอาใจใส่อย่างเพื่อนไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง กระทั่งการฝึกฝนเพื่อนำไปสู่การใช้แรงงาน



ยิ่งหากเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งต้องมีความรู้เพื่อรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้าซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้




แค่ ผมอยากจะเลี้ยงม้าไว้ซักตัว เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้สวยสดงดงาม อย่างที่ตัวเองคาดหวังไว้ แค่อยากจะสนองความเป็นเด็กในตัวของตัวเองตั้งแต่สมัยนั่งรถม้าเข้าสวนในยุค ที่ถนนสายย่อยยังเป็นสีแดงจากฝุ่นกรวด ทางเข้าบ้านสวนคือร่องทางที่ชุ่มชื้นซึ่งปูลาดด้วยโคลนสีดำตลอดแนวสวน




เพียง โจทย์เล็กๆ ไม่กี่ข้อ..ทำให้ผมต้องศึกษาหาความรู้ทั้งจากผู้รู้ในหมู่บ้าน ผู้รู้ในระบบการเลี้ยงม้าอย่างเป็นวิชาการ นำมาสู่มิตรภาพไร้พรหมแดนที่ก่อเกิดจากการเสาะหาม้ามาเลี้ยง



เสาะหาม้า ทว่าได้เพื่อนว่ากันอย่างนั้นเห็นจะได้ 



 






ครับ..ม้าของผม....เป็นม้าสายพันธุ์พื้นบ้าน มีความทรหดอดทนสูง เป็นเครื่องเปนเครื่องตัด หญ้าที่มีกำลังแรง สมรรถภาพในการตัดฟันหญ้าหลายชนิด(ไม่ทุกชนิด) ออฟชั่นพิเศษซึ่งแถมติดมากับกับเครื่องตัดหญ้าเป็นเครื่องผลิตปุ๋ยน้ำและ ปุ๋ยคอกเกรดดี ทั้งยังสามารถผลิตปุ๋ยเป็นอาหารดินและพืชได้ปีละประมาณ ๑ ตัน มูลของมันยังสามารถแปรเป็นพลังงานความร้อน,แสงสว่าง,อาหารของเห็ดกินได้บาง ชนิดได้อีก




ของแถมหลังจากนั้นหากโลกมีอันต้องย้อนกลับสู่วิถีเดิม...ผมยังมีพลังงานจากม้า เพื่อการลากจูงขนถ่ายวัสดุและผู้คนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง




อ้อ..อีกอย่างหนึ่ง เวลาที่เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า นั่งดูม้ากินหญ้ายังเรียกอารมณ์แห่งความสุขได้




 





คุ้มไหมเล่า ท่านที่รัก?





                     ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สายลมลอย
Guest
ตอบ # 1 เมื่อ 23 ธันวาคม 2552 08:16 น. [แจ้งลบ]
เคยนำลงที่นี่ใน . com มาแล้วหนหนึ่ง...ขอนำเรื่องเก่ามาเบิกโรงก่อนนะครับ เพื่อเป็นแรงดลใจสำหรับคนพื้นราบเดินในที่ลุ่มแบบเราๆ



ด้วยมิตร



สายลมลอย
Darth horse
Guest
darthvader14@hotmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 24 ธันวาคม 2552 18:18 น. [แจ้งลบ]

ขอขอบคุณ คุณสายลมลอยครับ ผมก็เป็นคนนึงที่ได้อ่านบทความดี-ดีนี้เมื่อนานมาแล้ว วันนี้ถือโอกาสบอกท่านว่า บทความของท่าน มีส่วนช่วยในการตัดสินใจที่จะเริ่มเลี้ยงม้าเป็นครั้งแรกครับ... 



 

Darth horse
Guest
darthvader14@hotmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 24 ธันวาคม 2552 18:26 น. [แจ้งลบ]
ตั้งแต่เด็กก็อยากขี่ม้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว..พอผมมีโอกาสได้ไปปลูกต้นไม้ ทำสวนไม้ผลต่างๆ เพื่อสร้างแหล่งอาหารที่ปลอดสารพิษสำหรับครอบครับ..ก็เลยเข้าทาง เอาเป็นข้ออ้างต้องหาเครื่องตัดหญ้าสักสี่แรงมาช่วยงานครับ.. 
สายลมลอย
Guest
ตอบ # 4 เมื่อ 26 ธันวาคม 2552 19:34 น. [แจ้งลบ]

คุณ Dart Horse ครับ เป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดเลยครับว่าผมจะมีแรงบันดาลใจให้คุณได้ คนเล็กๆ แบบผม คิดมาก...ทำมาก แต่พูดน้อย ไม่ค่อยได้ใช้หลอดเสียง จนจะกลายเป็นคนใบ้ไปแล้ว



แน่หละ..จนกว่าจะเจอคนคอเดียวกัน



เรืองใหม่มีอยู่ในหัวแล้วครับ กำลังเรียบเรียงเสียงประสานอยู่ มีเวลาให้อารมณ์สิวละปิวมันทำงานก่อน แล้วจะกลับมาถ่ายทอดสู่กันละกัน



หวังว่า ซักวันที่เราผ่านทางเจอกัน คงได้คุยกัน ผ่านหลอดเสียง



ด้วยมิตร



สายลมลอย

ต๋อย
Guest
suriya_tu@hotmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 15 กรกฎาคม 2553 13:10 น. [แจ้งลบ]
คนไทย
Guest
ตอบ # 6 เมื่อ 2 กันยายน 2553 15:57 น. [แจ้งลบ]
เขียนได้ดีมีสาระ จนอยากทำบ้างแต่ทำไม่ได้ และอยากให้วิถีชีวิตกลับไปแบบดังเดิม มันเป็นกลิ่นไอของความเป็นไทย ไร้การแข่งขันชิงดีชิงเด่น เน้นเงินตราเป็นตัวตั้ง จนไม่มีเวลาดูแลลูกหลาน ปล่อยให้ไประลานชาวบ้าน ใช้ปืนไล่ยิ่งคนที่ไม่ได้ใส่หัวเข็มขัดเดียวกัน จนทำให้คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตาย พวกสิทธิมนุษยชนก็ออกมาปกป้องเด็กเลวเหล่านี้ว่าเขายังเด็ก เขายังคิดไม่เป็น เขายังมีเวลากลับตัว ปรากฏว่ากว่าจะกลับตัวได้ฆ่าคนไป ๘ ศพ แต่มันโชคร้ายตรงที่ไม่ไปฆ่าไอ้พวกเหล่าสิทธิมนุษยชน......เวรจริงๆ
สายลมลอย
Guest
suankikran@hotmail.com
ตอบ # 7 เมื่อ 23 กันยายน 2553 21:30 น. [แจ้งลบ]
คนไทย - เมืองไทยในฝัน ตื่นขึ้นมาพบความจริง กลับเป็นเรื่องเดียวกัน...

ขำขื่นดีแท้หนอ..

ผมไม่ได้เข้ามาเยี่ยมชมหลายวัน ขออภัยด้วยครับ..



Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by thaipony.net : also see me in YOU TUBE by searching Kittipong Poomsang and contact me Kittipong Poomsang ,kpoomsang@yahoo.com, Tel 0812564199,0890353874
Engine by MAKEWEBEASY