บทความล่าสุด
    สุดยอดม้าเด่นที่มีจำหน่ายวันนี้
    ติดต่อเรา Contact us
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 21
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 387
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,843,888
14 พฤศจิกายน 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
    
10 
11  12  13  14  15  16  17 
18  19  20  21  22  23  24 
25  26  27  28  29  30   
             
Custom Search
 กระดานสนทนา

thaipony webboard > ห้องม้าน้ำ > .........คนขุดบ่อรูดินคนสุดท้ายของหมู่บ้าน.........
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : .........คนขุดบ่อรูดินคนสุดท้ายของหมู่บ้าน......... (อ่าน 6293)   
สายลมลอย
Guest
เมื่อ 30 ตุลาคม 2553 18:56 น.




แล้งนี้...ดอกลมแล้ง เริ่มผลิ ฝ้ายคำปลดใบทิ้งเกลื่อน ผลิดอกอวบหนาสีเหลืองกล่นพรูๆ เต็มลานหน้าบ้าน ริมถนนดอกประดู่กิ่งอ่อนปลิวกลีบสีเหลืองปูทาง

ปักษ์ใต้ตอนบนนับเนื่องแต่ปีใหม่ 2553 เป็นต้นมา ฝนเริ่มขาดเม็ด เป็นการขาดเม็ดอย่างเด็ดขาด ความร้อนของอากาศเพิ่มมากขึ้นจนหญ้าในสวน ริมทาง ทั่วไปกรอบเกรียม ส่งผลไปถึงน้ำกินน้ำใช้ในหมู่บ้านเริ่มฝืดเคืองขาดแคลน หลายบ้านเริ่มซื้อน้ำขวดกินและต้องลงชื่อร้องขอองค์ก ารบริการส่วนตำบลเพื่อ น้ำใช้

ผมเกิดทันยุคที่ชาวบ้านอาจหัวร่อเมื่อได้ยินว่าใครในหมู่บ้านซื้อน้ำกิน และได้เห็นว่าบ้านที่เคยหัวร่อเริ่มรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จะว่าไป..ในยุคนี้อะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำหรือต้องเป็น สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมในหลายสิ่งอย่างจนกลายเป็นเ รื่องคุ้นชินเป็นธรรมดา

หน้าแล้งเป็นโอกาสของคนที่มีวิชาชีพดั้งเดิมอกมาหาเงินเลี้ยงตัว ซึ่งที่น้อยคนจะทำได้ อาชีพที่ว่านั้นคือ การขุดบ่อน้ำ

บ่อน้ำ ในความหมายของบ้านผมคือบ่อรูดินซึ่งขุดเป็นวงกลมลึกลงไปในดินในขนาดใหญ่กว่าท่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1-2.50 เมตร ความลึกแล้วแต่ตาน้ำใต้ดินว่าสิ้นสุดที่ระดับความลึก แค่ไหนจึงสามารถรับน้ำ ไว้ใช้ได้ตลอดฤดูกาล

การขุดบ่อแบบนี้หมายรวมถึงการขุดใหม่และการขุดลอกหรือรื้อบ่อเก่า

“บ่อแรกเกิดการจ้างของพรรคพวก ในอีกหมู่บ้านหนึ่ง ขุดไม่กี่วาก็เจอน้ำ ไม่ยากสำหรับบ่อแรกในชีวิต ได้ค่าจ้างตอนนั้น 60 บาท ” ชายวัย 60 กว่า รูปร่างล่ำสัน เปลือยท่อนบนเผยผิวเกรียมแดดและกล้ามเนื้อที่บ่งบอกส ภาวะของคนทำงานหนักมา ทั้งชีวิต ชายคนนี้เองที่สอนผมเรื่องการดูไฟ ดูควัน และไม้ฟืนหลายชนิดที่สามารถแปรรูปเป็นถ่านคุณภาพที่ด ีและเลวได้

ค้าจ้างต่อบ่อขึ้นอยู่กับความยากง่ายและความลึก

“ หลายครั้งที่ต้องย้ายจุดขุดเพราะเจอก้อนหินใหญ่กว่ารูปบ่อย้ายจนไม่มีที่ย้าย ต้องเจาะด้วยเหล็กสกัดและค้อน แซะลงทีละนิด ...บางบ่อ แบ็คโฮยังต้องยอมแพ้ เราใช้แรงสกัดหินลงไปเรื่อยๆ จนทะลุลงไปเจอตาน้ำ....จบงาน ซึ่งบ่อนั้นอาจได้ราคาดี เหมาสมกับแรงงงานและความอดทนที่ทุ่มเทลงไป ”

ผมเคยฟังจากคนแก่บางคนว่า หากจะขุดบ่อน้ำตรงไหนแล้วเจอตาน้ำแน่นอน ให้สังเกตดูหญ้า ดูต้นไม้บางชนิดตรงที่จะขุด แต่สำหรับมืออาชีพอย่างเขา ใช้ความต้องการของผู้จ้างเป็นที่ตั้ง



บางบ่อขุดลึกลงไปได้ดี มีชั้นหินกรวดเสริมให้ขอบบ่อแข็งแรงได้โดยไม่พังลงมา แต่เมื่อขุดลึกลงไปเรื่อยๆ พบชั้นดินผุ อันตรายถึงขั้นอาจถูกกลับฝังทั้งเป็น ดังนั้นงานขุดบ่อเป็นงานที่ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ด้วยเหตุผลด้านแรงงานในการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นและลง กะเช้าและบ่าย เพื่อช่วยดึงดินเก่าที่ขุดออกมาเททิ้งด้านบนเมื่อบ่อ ถูกขุดลึกลงไปเรื่อยๆ

อีกกรณีคืออุบัติเหตุจากก๊าซพิษในกรณีที่ต้องรื้อบ่อเก่าซึ่งไม่มีการใช้งาน เป็นเวลานาน เกิดการทับถมของใบไม้และซากตะกอนต่างๆ

บ่อรูดินเป็นบ่อน้ำที่ขุดหาตาน้ำซับใต้ดินโดยไม่เกี่ยวกับฤดูกาล ฤดูฝนอาจจะมีน้ำเต็มบ่อแต่เมื่อแล้งเยือน บ่อน้ำที่ดีคือบ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งไม่ว่าสภาพภูมิอากาศจะเปลี่ยนแปลงไปแบบไหนก็ตาม



ความน่าสนใจของบ่อในในยุคย้อนไปไกลกว่า 30 ปีที่ผ่านมา คือ แม้บ่อน้ำแห่งนั้นจะเป็นบ่อที่ถูกขุดขึ้นมาเอง หรือออกเงินจ้างให้มืออาชีพมาขุดให้เจ้าของพื้นที่ บ่อน้ำแห่งนั้นอยู่ห่างจากบริเวณบ้านพอสมควร ถูกใช้งานร่วมกันโดยคนในหมู่บ้านเดียวกันหรือจากคนใน หมู่บ้านอื่นร่วมกัน บ่อน้ำแห่งนั้นก็กลายเป็นบ่อน้ำสาธารณะโดยปริยาย ไม่ว่าเจ้าของพื้นที่จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

หากเจ้าของพื้นที่ห้ามไม่ให้ผู้อื่นมาใช้น้ำในบ่อ ชาวบ้านสามารถแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันให้เปิดทางสะดวกให้ทุกคนได้ใช้โดยทั่วกัน - เสมือนกฏหมายชุมชนที่คำนึงถึงความชอบธรรมเป็นที่ตั้ง


“ลึก สุดที่เคยขุดก็ 10 วา แต่เป็นการขุดต่อจากที่เขาเคยขุดไว้แล้ว….ซึ่งอันตรา ยกว่าการเริ่มต้นขุดเอง ครั้งนั้นจำว่ามีคนมามุงดูเกือบ 50 คน เพราะไม่ไกลจากตลาด แถมเป็นพื้นที่ค่อนข้างสูง ตีนเขา แต่น้ำดี” มืออาชีพยิ้มภาคภูมิ

เครื่องมือในการขุดบ่อลึกโดยปกติใช้ จอบด้ามสั้น ชะแลง เสียม อีเตอร์ กะละมังโกยดิน(อาจใช้กะลาใบโตๆ แทน) ถังส่งดิน เชือก รอก บันไดไม้ไผ่หรือพะอง

เหตุการณ์คาดไม่ถึงบางอย่างสอนให้เขาเลือกใช้อุปกรณ์ ช่วยเปลี่ยนไปตามแต่ ลักษณะการขุดใหม่หรือรื้อบ่อเก่า ประสบการณ์ในการทำงานมานานคือตำราเล่มใหญ่พกอยู่ในแฟ ้มสมอง

“ครั้ง หนึ่ง..รื้อบ่อเก่า ลึกพอสมควร ลงไปได้แป๊บเดียว หน้ามืด หายใจไม่ออก อ่อนเปลี้ยไปหมด ดีนะที่ยังลงไม่ลึกนัก ตอนนั้นยังเป็นหนุ่ม เรี่ยวแรงยังดี รีบสาวเชือกดึงตัวเองขึ้นมา นอนริมปากบ่อ เพื่อนคู่หูของเราเข้าหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เยาะเย้ย นึกว่าเราอ่อนหัด เราเลยบอก...ไม่ไหว..จะตายว่ะ เพื่อนนึกว่าเราล้อเล่น เลยบอกให้มันลงไปลองดูช้าๆ แป๊บเดียว..เป็นเรื่อง ร้องขอยาดมยามลมแทบไม่ทัน เป็นอันว่าวันนั้น..ยกเลิก ไม่ทำงานทำการ นอนทั้งวัน พักฟื้น”

บ่อเก่าที่เต็มไปด้วยแก๊สพิษพวกจำพวกก๊าซไข่เน่า ก๊าซมีเทน แก้ปัญหาได้โดยโดยการจุดคบเพลิงแล้วค่อยๆ หย่อนลงไป ไม่กี่เมตรก็เกิดแสงสว่างพรึ่บ!!


“พวกเดียวกับที่พบตามหนอง บึง หรือปลักควายนั่นแหละ เหยียบลงไปก็มีฟองปุดๆ ขึ้นมา กลิ่นเหม็น ติดไฟได้ ไฟสีเขียวอื้อเหมือนก๊าซหุงต้มนั่นแหละ …แบบ เดียวกัน พอไฟดับก็ ผูกใบไม้เขียวๆ ลากขึ้นลง เอาทั้งเศษขี้เถ้าใบแล้วก็เอาอากาศดีๆ ลงไปแทน สมัยก่อนทำพันนั้น..ง่ายๆ แต่ปลอดภัย”

“ยุคหลังๆ ใช้วิธีเอาพัดลมไฟฟ้าหย่อนลงสักครึ่งบ่อแล้วก็กด0สวิ ทช์ ทำงานเย็นสบายและไล่อากาศเสียออกไป เอาอากาศดีข้างบนลงไปแทน สะดวกและปลอดภัยเหมือนกัน ”



วิกฤติ น้ำของปีนี้(2553)หรือปีไหนก็ตาม แม้มีงบประมาณของทางราชการหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่คอ ยให้ความช่วยเหลือ แต่โดยอัตลักษณ์ของคนในหมู่บ้านแถบบ้านผม หากไม่ถึงที่สุด ก็ยากเอ่ยปากร้องขอ บ้านไหนไม่มีอุปกรณ์เก็บสำรองน้ำ เช่น โอ่ง บ่อ หรือสระเก็บน้ำซึ่งขุดโดยเครื่องจักรขนาดใหญ่พาลเดือ ดร้อนอย่างช่วยไม่ได้ ไม่พักต้องพูดถึงระบบประปาหมู่บ้านซึ่งยังไม่สะดวกแล ะสะอาดพอสำหรับลูกบ้าน ทุกบ้าน

แทบทุกบ้านจึงมักมีบ่อน้ำไว้เก็บน้ำกิน น้ำใช้ น้ำอาบ ใกล้บ้าน หรืออาจไกลถึงชายนา ท้ายสวน ริมห้วยหรือในพื้นที่ใกล้เคียงกับธารน้ำธรรมชาติ หากน้ำใต้ดินไหลผ่านตรงจุดที่ขุดพอดีก็จะได้น้ำที่ใส สะอาดไม่มีกลิ่นหรือสาร พิษใดๆ กระทั่งอาจมีแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพด้วยซ้ำไป

ครับ.. บ่อเก็บน้ำดีสำหรับการดื่มกิน ถูกจัดสรรไว้เพื่อการนั้นโดยเฉพาะ ไม่มีการใช้เพื่อการอาบ บ่อน้ำบ่อนั้นจะถูกสะสางดูแลอย่างดี น้ำใสเย็นฉ่ำทั้งปีไม่มีแห้งขอด

ทว่า..ยุคนี้ยากแก่การการันตีว่าน้ำที่ได้ปลอดภัยเต็มร้อย เนื่องด้วยสารพิษมีอยู่ทุกที่ ทั้งบนดิน ในอากาศ ตลอดถึงต้นน้ำลำธารบนพ้นที่สูง น้ำในบ่อรูดินจึงเป็นทางเลือกแค่น้ำอาบและน้ำใช้เท่า นั้น

บ้านไหนที่เปลี่ยนมาใช้ระบบประปาหมู่บ้านจนเคยชิน สิ่งที่ถูกละเลยคือบ่อน้ำประจำบ้าน ซึ่งเคยอึกทึกด้วยเสียงกระป๋อง เสียงคน เสียงถังที่ถูกต่อสายยาวหย่อนลงถึงระดับน้ำก๊องแก๊งอยู่ข้างล่าง บางบ้านใช้รอกสาวขึ้นมา บางบ้านใช้กาบหมากแทนกระป๋องสานยึดติดกันเป็นถังน้ำ เราเรียกหมาหรือติหมา เก็บเสียงได้ดีแต่ไม่ค่อยคงทนแข็งแรงเท่า

ถังน้ำถูกวางทิ้งให้วางขึ้นสนิม ผุกร่อนตามแต่วัสดุ บ่อเริ่มตื้นเขิน เมื่อย่างเข้าหน้าแล้งระบบประปาของรัฐไม่เอื้ออวยให้ สะดวกอย่างเก่า จึงต้องจ้างคนรื้อบ่อน้ำเก่าแก่ให้สะอาด เพื่อใช้งานได้ตามปกติ อย่างน้อยก็เพื่อให้รอดพ้นจากหน้าแล้งนี้

“สมัยนี้มันลัดขั้นตอน ขนาดที่ว่าวันเดียว เสร็จ โดยการจ้างรถแบ๊คโฮขุดให้ลึกที่สุดเท่าทีจะทำได้โดยม ีความกว้างแค่สองปากปุ๊ งกี๋แบ๊คโฮ แล้วใช้แรงงานคนแต่งพื้น จากนั้นค่อยๆ หย่อนท่อซีเมนต์ลงไปวางทีละปล้องๆ จนเสร็จ กลบรอบนอก จบ...วันเดียว แต่ความละเอียดของการแต่งพื้นเพื่อวางท่อซีเมนต์ท่อแ รกผิดกัน ส่งผลต่อท่อต่อๆ มาที่อาจะเบี้ยวเฉไป อันตราย” เขาพูดขณะยังง่วนอยู่กับโคลนตมในบ่อลึก

“ลึกขนาดนี้ต้องใช้ท่อ ซีเมนต์ใส่กันดิน ถล่มเพราะข้างล่างเป็นดินเหนียวผุ เมื่อรื้อลึกลงไป ดินข้างๆ พังง่ายทำให้ตื้นเร็ว ต้องรื้อกันอีก..เหนื่อยทั้งเจ้าของแล้วก็คนรับจ้างร ื้อ บ่อนี้ก็ราคาเหมานะ เจ้าของเขาบอกให้รื้อถึงระดับความลึกเดิม แต่พอรื้อแล้วไม่ได้น้ำเหมือนที่ตั้งใจไว้ก็อาจจะต้อ ง รื้อเพิ่ม คิดราคาเพิ่ม ”
เขาและเพื่อนคู่หูรุ่นลูกทำงาน ต่อไป จนกว่าท่อซีเมนต์จะถูกหย่อนลงไปทีละท่อ..กระทั่งเสร็ จ

จากนั้นเป็นเรื่องของการปิดปากบ่อกันสิ่งแปลมปลอมตกล งไป ถัดมาคือการติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าต่อท่อเข้าบ้านจนถึงอ่างซักล้างหรือ ถังเก็บยกระดับ ระบบวาวทันสมัย ทดแทนการตักด้วยถังร้อยเชือก



ครับ...การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเหล่านี้เป็นนิรันดร์ นัยสำคัญของการขุดบ่อรูดินอาจมองไกลไปยังการรู้จักพึ ่งตนเองเป็นเบื้องต้น เป็นภูมิคุ้มกันต่อการกระทบของทุกข์ลบซึ่งอาจจะมาเยื อนบ้านเรือน ผู้คน และสังคมรอบรายได้ การฝากตัวเองไว้กับสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐทุกอ ย่างภายใต้เงื่อนไขของ ความสะดวกสบายของชีวิต เมื่อเกิดวิกฤติใดๆ ขึ้นมาแล้วตั้งรับไม่ทัน

คนที่เดือดร้อนเป็นเบื้องแรกคือเราเองไม่ใช่รัฐซึ่งเ ป็นองค์กรขนาดใหญ่อุ้ย อ้ายต๊วมเตี้ยม

คนรับจ้างคนหนึ่ง ในอาชีพที่ต้องใช้แรงกายเข้าแลก ใช้มันสมองและประสบการณ์เพื่อเสาะหา,หลีกเลี่ยงสรรพย ันตราย เพื่อมุ่งสู่จุดหมายที่ต้องการให้งานสำเร็จ การเฝ้ามอง พูดคุยแลกเปลี่ยนอาจไม่ใช่แค่เรื่องงานตรงหน้า

แล้งนี้...ดอกลม แล้งเริ่มผลิดอกรับลมร้อน ฝ้ายคำปลดใบทิ้งเกลื่อน

...เขาอาจได้งานอีกงาน

และ ผมก็เช่นกัน





Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by thaipony.net : also see me in YOU TUBE by searching Kittipong Poomsang and contact me Kittipong Poomsang ,kpoomsang@yahoo.com, Tel 081-256-4199,061-512-4730
Engine by MAKEWEBEASY